Anthroposophic Art Therapy – Foundation Course

หลักสูตรพื้นฐานนักศิลปะบำบัดมนุษยปรัชญา สถาบันศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญา

..
Anthroposophic Art Therapy (Foundation Course)
หลักสูตรพื้นฐาน นักศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญาตามมาตรฐานเยอรมันนี เปิดครั้งแรกในประเทศไทย สอนเป็นภาษาไทย ในความร่วมมือทางวิชาการกับ Zentrum zur Förderung anthroposophische Kunsttherapie und Pädagogik in Thailand (ศูนย์ส่งเสริมศิลปะบำบัดและการศึกษาแนวมนุษยปรัชญาในประเทศไทย)

หลักการ
ศิลปะบำบัดมนุษยปรัชญา (Anthroposophic Art Therapy) ศาสตร์หนึ่งที่ถูกกล่าวขานมายาวนานในต่างประเทศ รวมถึงประเทศไทย มีหลักการสำคัญคือ การนำศิลปะมาบำบัด และเยียวยาผู้ที่ขาดความสมดุลทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมีนักศิลปะบำบัด (Art Therapist) ที่ได้รับการร่ำเรียน มาทางภาคทฤษฎี-ปฏิบัติ เป็นผู้ทำหน้าที่รับบำบัด ร่วมกับการทำงานกับแพทย์ รูปแบบการทำงานมีแบบสตูดิโอส่วนตัว โรงเรียน โรงพยาบาล และสถานพยาบาลต่างๆ

“ศิลปะบำบัดแนวทางมนุษยปรัชญา” เกิดขึ้นราว ค.ศ.๑๙๒๑ จากแนวคิดหลักมนุษยปรัชญา (Anthroposophy) ของรูดอล์ฟ สไตเนอร์ และแพทย์หญิงอีธา เวกมัน, สตูดิโอศิลปะบำบัดเล็กๆของเธอเกิดขึ้นในคลินิกแพทย์เมืองอาร์เลสไฮม์ สวิตเซอร์แลนด์


หลักการและความเป็นรูปธรรมของศิลปะบำบัดแนวมนุษย ปรัชญา ถูกกล่าวขานไปทั่วโลกว่า เป็นศาสตร์ที่ลึกซึ้ง มีเนื้อหาสาระที่เปี่ยมไปด้วยความเข้าในความเป็นมนุษย์ และศิลปะที่นำมาใช้บำบัดมี

สารัตถะของการเยียวยาอย่างน่าสนใจใคร่รู้ โดยไม่ละทิ้งองค์ประกอบของศิลปะ ,การบำบัด ,การแพทย์ และมนุษยปรัชญาด้านใดด้านหนึ่งเลย ทั้งนี้การจัดการศึกษาศิลปะบำบัด ยังไม่ปรากฏในประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม แต่โดยข้อเท็จจริงของวิชาชีพนี้ มีความจำเป็นที่นักศิลปะบำบัดต้องศึกษา ปฏิบัติ เพื่อพัฒนากาย และจิตวิญาณตนเองอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อการเป็นนักบำบัด และช่วยเหลือผู้คนได้อย่างถูกต้องเหมาะสม ตรงตามจริยธรรมนักศิลปะบำบัด

เป็นนักศิลปะบำบัดได้อย่างไร ?

ความรู้หลักสูตรนี้ช่วยให้ทำให้เข้าใจและพร้อมถึงประสบการณ์การเป็นนักศิลปะบำบัด

วิชาชีพนักศิลปะบำบัดในประเทศไทย ยังมีอยู่จำนวนไม่มาก มีความต้องการบุคลากรที่เข้าใจจริง และมีความรู้จริงในทฤษฏีและปฏิบัติ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรแรกในประเทศไทยที่มีการเรียน การสอนอย่างมีระบบ ด้วยมาตราฐานบุคลากรและหลักสูตรจากประเทศเยอรมัน ใช้เวลาเรียน ๓ ปี คณาจารย์เดินทางโดยตรงจากประเทศเยอรมันนี รวมทั้งมีนักศิลปะบำบัดมนุษยปรัชญาจากประเทศไทยคอยดูแลผู้ประสงค์เข้าสู่ หลักสูตรนี้คือ ผู้มีความตั้งใจเป็นนักศิลปะบำบัดหรือผู้สนใจใคร่รู้ศาสตร์แห่งการบำบัดทาง จิตวิญญาณที่จะนำไปใช้เยียวยาผู้คนต่อไป โดยสถานภาพหลักสูตร ท่านจะได้รับวุฒิบัตรจากเยอรมันนี (Zertifikat für Anthroposophische Kunsttherapie) หลังการฝึกปฏิบัติงานและนำเสนองานบำบัดอย่างสมบูรณ์

หลักสูตรเป็นการเรียนอย่างเข้มข้นทั้งภาคทฤษฏี – ปฏิบัติทางเนื้อหาสาระต่อไปนี้

  • ความรู้ด้านแพทย์มนุษยปรัชญา (Anthroposophic Medicine)
  • ความรู้ศิลปะมนุษยปรัชญา (Anthroposophic Art)
  • ความรู้ทางมนุษยปรัชญา (Anthroposophy)
  • บทเรียนสำหรับศิลปะบำบัด (Lesson for Therapeutic Painting)
  • การฝึกปฏิบัติด้านศิลปะ – ศิลปะบำบัด เป็นต้น (Practice)

ความคาดหวังหนึ่งของหลักสูตร หวังให้ผู้เรียนได้ศึกษาหาความรู้ด้านการบำบัดอย่างต่อเนื่องต่อไป รวมทั้งการเข้าสู่วิชาชีพนักศิลปะบำบัดในแนวทางมนุษยปรัชญา หลังจากได้รับความรู้เข้มข้นตลอด 3 ปี ซึ่งหลักสูตรนี้จะประกาศเปิดการสอนอีกครั้ง สำหรับผู้ที่สนใจโปรดติดตามรายละเอียดได้ในภายหลัง

สถานที่อบรม : มูลนิธิอนุบาลบ้านรัก* กรุงเทพมหานคร
จำนวนรับสมัคร : ๒๕ ท่าน ต่อตลอดหลักสูตร ๓ ปี
*สถานที่อบรม หากมีการเปลี่ยนแปลงจะแจ้งในภายหลัง 

 

คณาจารย์

หลักสูตรพื้นฐานนักศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญาที่สอนตลอด ๓ ปี

นิโคลา ชไนเดอร์ แฮร์มันน์ นักศิลปะบำบัด BVAKT : ประธานหลักสูตร

อนุพันธุ์ พฤกษ์พันธ์ขจี นักศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญา

ดำรงค์ โพธิ์เตียน ผู้เชี่ยวชาญด้านมนุษยปรัชญาและการศึกษา

นายแพทย์โอลาฟ โคปป์ แพทย์มนุษยปรัชญา

โรสวิธา รัพพาพอร์ทโรสวิธา รัพพาพอร์ท นักบำบัดเด็กพิเศษ

 

เกิดอะไรขึ้นในเวลาวาดภาพบำบัด?

อะไรบ้างที่นักศิลปะบำบัดจะต้องหยั่งรู้ในความหมาย?

นักศิลปะบำบัดจำเป็นต้องเป็นจิตรกรด้วยหรือไม่?

เขามีวิธีการทำงานอย่างไร?

เขาจำต้องรู้ว่า การวาดสีน้ำที่ทับซ้อนเป็นชั้น ๆ บนกระดาษที่เปียก จะนำไปสู่การเผยตัวและอุทิศตน

เขาได้เรียนรู้ว่า สีแสดงออกถึงแสงสว่างพร่างพราว และแสงสว่างพร่างพราวนี้ยังจะสามารถพร่างพราวได้มาก

ยิ่งขึ้นกว่านี้อีก

เขาได้เรียนรู้ว่า สีสามารถให้ความอบอุ่นหรือแสงแพรวพรายที่เยือกเย็น

เขารู้ว่า ทำอย่างไรเพื่อให้สีเกิดความสงบและมืดสลัวยิ่งขึ้น เกิดความนุ่มนวลและโอบอ้อมยิ่งขึ้น

เขาใช้สีที่เข้มหนัก เพื่อให้ผู้ที่เพ้อฝันได้ตื่นตัวขึ้น หรือผู้เฉื่อยชาหมดกำลังใจได้กระตือรือร้นขึ้น

เขาใช้ความร้อนของสี เพื่อให้คนไร้อารมณ์ได้เกิดความร่าเริง และคนท้อแท้จะได้ผ่อนคลาย

เขาใช้สีเยือกเย็น เพื่อว่าคนที่จิตใจรุนแรงจะได้สงบลง และคนจิตใจสับสนจะได้ปลอดโปร่งขึ้น

เขารู้ว่า สีต่าง ๆ จะไหลเข้าผสมกัน และเล่นด้วยกัน

 

บางตอนจากคำนิยมหนังสือ เธอเห็นสีสันในดวงตาฉันไหม

นิโคลา ชไนเดอร์ แฮร์มันน์

Kunsttherapeutin BVAKT

ประธานหลักสูตรพื้นฐานนักศิลปะบำบัดแนวมนุษยปรัชญา

 

ความรู้ทางมนุษยปรัชญา (Anthroposophy)

Leave a reply